เมฆ

Posted: กันยายน 17, 2012 in Uncategorized

เมฆ

   คือละอองที่เกิดจากการกลั่นตัวของไอน้ำ น้ำที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าเล็กละเอียดและเบาล่องลอยอยู่ในระดับสูง ไอน้ำที่ควบแน่น เป็นละอองน้ำ (โดยปกติแล้วจะมีขนาด 0.01 มม)หรือเป็นเกล็ดน้ำแข็งซึ่ง เมื่อเกาะตัวกันเป็น กลุ่มจะเห็นเป็นก้อนเมฆ ก้อนเมฆนี้สะท้อนคลื่นแสงใน  แต่ละความยาวคลื่นในช่วงที่ตามองเห็นได้ในระดับที่ เท่าๆ กันจึงทำให้เรามองเห็นก้อนเมฆนั้นเป็นสีขาวแต่ก็สามารถมองเห็นเป็นสีเทา หรือสีดำถ้าหากเมฆนั้นมี ความหนาแน่นสูงมากจนแสงผ่านไม่ได้

ดูเมฆที่สวยที่สุดในโลก

แบ่งตามรูปร่างของเมฆ

   เมฆนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ แบบเป็นชั้น (layered) ในแนวนอนและ แบบลอยตัวสูงขึ้น (convective) ในแนวตั้ง, โดยจะมีชื่อเรียกว่า สตราตัส (stratus ซึ่ง หมายถึง ลักษณะเป็นชั้น) และ คิวมูลัส (cumulus ซึ่ง หมายถึง ทับถมกันเป็นกอง) ตามลำดับ

นอกจากนี้แล้วยังมีคำที่ใช้ในการบอกลักษณะของเมฆ

  • สตราตัส (stratus) หมายถึง ลักษณะเป็นชั้น
  • คิวมูลัส (cumulus) หมายถึง ลักษณะเป็นกองสุม
  • ซีร์รัส (cirrus) หมายถึง เมฆชั้นสูง
  • อัลโต (alto) หมายถึง เมฆชั้นกลาง
  • นิมบัส (nimbus) หมายถึง ฝน

แบ่งตามระดับความสูง

    เมฆยังอาจแบ่งเป็น 4 กลุ่มตามระดับความสูงของเมฆโดยระดับความสูงของเมฆนี้จะวัดจากฐานของก้อน เมฆไม่ ได้วัดจากยอด โดย Luke Howard เป็นผู้นำเสนอวิธีการแบ่งกลุ่มแบบนี้ แก่ Askesian Society ในปี ค.ศ. 1800

                  

เมฆระดับสูง (ตระกูล A)

  ก่อตัวที่ความสูงมากกว่า 16,500 ฟุต ( 5,000 เมตร) ในบริเวณที่อุณหภูมิต่ำ ในชั้นบรรยากาศโพสเฟียร์ที่ ความสูงระดับนี้น้ำส่วนใหญ่นั้น จะแข็งตัวดังนั้นเมฆจะประกอบด้วย ผลึกน้ำแข็งเมฆในชั้นนี้ส่วนใหญ่มักจะมี ลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ และมักจะค่อนข้างโปร่งใสเมฆในกลุ่มนี้จะมีชื่อนำหน้าด้วย ซีร์ (cirr)

ชนิดของเมฆ

  ซีร์รัส (cirrus – Ci) :Cirrus , Cirrusuncinus , CirrusKelvin – Helmholtz เป็นเมฆที่ก่อตัวอยู่ ในระดับสูงที่สุดมีลักษณะเป็นเส้นๆคล้ายใยไหมหรือเป็นริ้วบางๆหยิกหยองเป็นปอยเหมือนขนนก  หรือบางครั้ง มองเห็นเป็นริ้วโค้งๆยาวพาดกลางท้องฟ้าลอยตัวอยู่ในบรรยากาศระดับสูงมากบนท้องฟ้าอุณหภูมิของอากาศบน นั้นหนาวจัดจนเมฆชนิดนี้ประกอบด้วย ผลึกน้ำแข็งขนาดจิ๋วแทนที่จะเป็นหยดน้ำบางครั้งอาจเรียกว่าเมฆหางม้า เพราะกระแสลมแรงจัด เบื้องบนพัดจนกลุ่มเมฆกระจายออกเป็น ริ้วโค้งๆ เหมือนกับหางของม้าเมฆซีร์รัสเป็นที่ ปรากฏอยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าบ่งบอกว่าข้างบนโน้นมีลมแรงจัดมากเมฆ ชนิดนี้เป็นสัญญาณแสดงว่าอากาศแปร ปรวน และอากาศอาจกำลังกำลังเลวลง


   ซีร์โรคิวมูลัส (cirrocumulus – Cc) เกิดจากผลึกน้ำแข็งเป็นเมฆสีขาวโปร่งแสงบางครั้งจะปรากฏวง แหวนสีสวยงามขึ้นในเมฆซีร์โรสตราตัส หรือเมฆอัลโทรเตรตัสที่อยู่สูงๆ มีฐานสูงเฉลี่ย 7,000 เมตร มีลักษณะ เป็นเกล็ดบางๆ หรือเป็นละอองคลื่นเล็กๆ อยู่ติดกันบางตอนอาจแยกจากกันแต่จะอยู่เรียงรายกันอย่างมีระเบียบ โปร่งแสงอาจมองเห็นดวงอาทิตย์ หรือดวงจันทร์ได้


   ซีร์โรสตราตัส (cirrostratus – Cs) เกิดจากผลึกน้ำแข็งเป็นเมฆสีขาวโปร่งแสง บางครั้งจะปรากฏวง แหวนสีสวยงามขึ้นใน เมฆซีร์โรสตราตัส หรือเมฆอัลโทรสตราตัสที่อยู่สูงๆมีฐานสูงเฉลี่ย 8,500 เมตรมีลักษณะ เป็นแผ่นเยื่อบางๆโปร่งแสงเหมือน ม่านติดต่อกันเป็นแผ่นในระดับสูง

 


เมฆระดับต่ำ (ตระกูล C)

   ก่อตัวที่ความสูงต่ำกว่า 6,500 ฟุต (2,000เมตร) และรวมถึงสตราตัส(stratus)เมฆสตราตัสที่ลอยตัวอยู่
ระดับพื้นดิน เรียก หมอก

ชนิดของเมฆ:

   สเตรตัส (Stratus – St) มีลักษณะเป็นแผ่นหนาๆสม่ำเสมอในชั้นต่ำของบรรยากาศ ใกล้ผิวโลกเหมือนหมอก มีสีเทามองไม่เห็นดวงอาทิตย ์หรือดวงจันทร์ไม่ทำให้เกิดวงแสง (Halo) เว้นแต่เมื่อมีอุณหภูมิต่ำมากก็อาจเกิด ได้

   สเตรโตคิวมูลัส (Stratocumulus-Sc) มีสีเทาลักษณะอ่อนนุ่มเป็นก้อนกลมเรียงติดๆกันทั้งทางแนวตั้ง และ ทางแนวนอนทำให้มองเห็นเป็นลอนเชื่อมติดต่อกันไป

   นิมโบสเตรตัส (Nimbostratus-Ns) มีลักษณะเป็นแผ่นหนาสีเทาดำเป็นแนวยาวติดต่อกัน แผ่กว้างออกไปไม่ เป็นรูปร่างเป็นเมฆที่ทำให้เกิดฝนตกจึงเรียกกันว่า “เมฆฝน” เมฆชนิดนี้จะไม่่มีฟ้าแลบฟ้าร้อง เกิดเฉพาะในเขต อบอุ่นเท่านั้น

 


เมฆแนวตั้งตระกูล D (Vertical Clouds)

   เป็นเมฆที่มีแนวก่อตัวในแนวตั้ง ซึ่งทำให้เมฆมีความสูงจากฐาน

ชนิดของเมฆ

   คิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus – Cb): Cumulonimbus, Cumulonimbus incus, Cumulonimbuscalvus ,Cumulonimbuswithmammatus ลักษณะเป็นเมฆก้อน ใหญ่รูปร่างคล้ายภูเขาใหญ่ มียอดเมฆแผ่ออกเป็นรูป ร่างคล้ายทั่ง(an vil) ฐานเมฆต่ำ มีสีดำมืด เป็นเมฆหนา มืดทึบ มีฟ้าแลบ ฟ้าร้องอาจอยู่กระจัดกระจาย หรือรวม กันอยู่น้อย มักมีฝนตกลงมา เรียกเมฆชนิดนี้ว่า “เมฆฟ้าคะนอง”เมฆแนวตั้งขนาดใหญ่มหึมา ซึ่งเกิดจากกระแส ลมลอยสูง ส่วนยอดเมฆอาจสูงมากจนขึ้นไปถึงบรรยากาศชั้นสตราโทสเฟียร์ได้ ด้วยรูปร่างใหญ่โตในแนวตั้ง ของเมฆคิวมูโลนิมบัส จึงถือเป็นเมฆที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเมฆทั้งหมด ความสูงตั้งแต่ยอดเมฆถึงฐาน เมฆอาจมากกว่า ๑ หมื่นเมตร บางครั้งอาจเรียกว่า เมฆสายฟ้า สาเหตุการณ์เกิดเมฆคิวมูโลนิมบัสขึ้นนั้นมีอยู่ หลายสาเหตุ บางครั้งก็เกิดจากกระแสลมลอยสูงของสภาพถ่ายเทความร้อน เนื่องจากความแตกต่างของ อุณหภูมิิบริเวณใกล้พื้นดินกับบริเวณที่สูงขึ้นไปที่เกิดขึ้นโดยความไม่มีเสถียรภาพของบรรยากาศ บางครั้งก็ยัง ได้รับอิทธิพลจากภูมิประเทศด้วย ดังนั้นโดยส่วนมากเมฆคิวมูโลนิมบัสจะเกิดในช่วงฤดูร้อนที่มีความแตกต่าง ระหว่างอุณหภูมิบริเวณใกล้พื้นดินกับบนท้องฟ้าเพิ่มสูงขึ้น แต่ที่ฝั่งทะเลของญี่ปุ่นในฤดูหนาวก็อาจเกิดเมฆคิวมู โลนิมบัสเนื่องจากลมมรสุมที่พัดแรงได้เมฆคิวมูโลนิมบัสโดยทั่วไปแล้วจะเกิดจากการขยายตัวของเมฆคิวมูลัส ลัสธรรมดา เมฆรูปทั่งนี้ก่อตัวขึ้นด้วยผลึกน้ำแข็ง โดยความดันต่ำในบริเวณใกล้ๆ     

   เหตุผลที่เมฆขยายตัวออกด้านข้างอยู่ที่บริเวณโทรโพเพาส์โดยไม่่ผ่านเข้าไปยังชั้นสตราโทสเฟียร์เพราะ อุณหภูมิ ของโทรโพสเฟียร์ส่วนบนกับสตราโทสเฟียร์ส่วนล่างนั้นต่างกัน คือที่โทรโพสเฟียร์ส่วนบน อุณหภูมิิ ประมาณ -๗๐ องศาเซลเซียส ในขณะที่ชั้นสตราโทรสเฟียร์ได้รับอิทธิพลจากชั้นโอโซนทำให้อุณหภูมิสูงกว่า ความแตกต่างของอุณหภูมินี้ทำให้ยอดเมฆไม่สามารถผ่านเข้าไปยังชั้นสตราโทสเฟียร์ได้ เมฆคิวมูโลนิมบัสใน ขณะที่กำลังเกิดเป็นรูปทั่งนี้คือรูปร่างที่กำลังโตเต็มที่ จะมีกิจกรรมต่างๆมากมายเช่นเกิดฝนฟ้าคะนองเมื่อเมฆคิว
มูโลนิมบัสปกคลุมท้องฟ้า บริเวณนั้นจะถูกบดบังแสงอาทิตย์จนมืด บางครั้งอาจทำให้ดูเหมือนกลางคืนทั้งที่ยัง กลางวันอยู่ ภายในเมฆจะเกิดการถ่ายเทอากาศอย่างรุนแรง กระแสลมที่พัดมายังพื้นดินนั้นอาจก่อให้เกิดลม กระโชก  และเกิดเมฆรูปกรวยซึ่งตามมาด้วยพายุทอร์นาโด

    เมฆคิวมูลัส (Cumulus) ลักษณะเป็นเมฆก้อนหนา มียอดมนกลมคล้ายกะหล่ำดอก เห็นขอบนอกได้ชัดเจน ส่วนฐานมีสีค่อนข้างดำ ก่อตัวในทางตั้งกระจัดกระจาย เหมือนสำลีถ้าเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆหรือลอยอยู่โดดเดี่ยว แสดงถึงสภาวะอากาศดี แดด จัดถ้ามีขนาดก้อนเมฆใหญ่ก็อาจมีฝนตกภายใต้ก้อนเมฆลักษณะเป็นฝนเฉพาะแห่ง
และเป็นเมฆที่ปรากฏให้เห็นในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส บางทีก็เรียกว่าเมฆฝ้าย รูปร่างเหมือนขนมสายไหมด้านบนมี
ลักษณะเป็นก้อนขรุขระส่วนด้านล่างราบเรียบ ก่อตัวขึ้นที่ระดับความสูง ๕๐๐-๒๐๐๐ เมตร แต่อาจพบเห็นได้ที่ ที่ระดับความสูงอื่นอีกด้วย

   เมฆคิวมูลัสจะขยายตัวขึ้นตอนช่วงบ่าย ส่วนใหญ่จะหายลับไปตอนเย็น แต่บางครั้งอาจขยาย ต่อไปถ้ามีแสง แดดแรงๆ ในช่วงที่เกิดใหม่จะมีลักษณะแบน เรียกว่าเมฆฮิวมิลิส แต่จะค่อยๆโตขึ้นเป็นลักษณะอย่างเมฆคิวมูลัส ที่เห็นทั่วไปซึ่งเรียกว่าเมฆเมดิโอคริส เมื่อโตขึ้น ยอดเมฆอาจสูงมากกว่า ๑๐กิโลเมตรเป็นเมฆคิวมูลัสขนาด ใหญ่เรียกว่า เมฆคอนเจสตัส ถ้าเมฆคิวมูลัสขนาดใหญ่นี้ยังคงพัฒนาขึ้นไปอีกจะกลายเป็นเมฆคิวมูโลนิมบัสและ ทำให้เกิดฝนตกใหญ่ และฟ้าผ่า บางครั้งก็อาจเกิดพายุหมุนหรือลูกเห็บตก เมฆคิวมูลัสที่แตกตัวออกเป็นฝอยๆ จะเรียกว่าเมฆแฟรคตัส

สีของเมฆ

    สีของเมฆนั้นบ่งบอกถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเมฆ เมฆเกิดจากไอน้ำลอยตัว ขึ้นสู่ที่สูงเย็นตัวลง และ ควบแน่นเป็นละอองน้ำขนาดเล็ก ละอองน้ำเหล่านี้มีความ หนาแน่นสูง แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องทะลุผ่านไป ได้ไกลภายในกลุ่มละอองน้ำนี้ จึงเกิดการสะท้อนของแสง ทำให้เราเห็นเป็นก้อนเมฆสีขาวในขณะที่ก้อนเมฆ กลั่นตัวหนาแน่นขึ้นละอองน้ำเกิดการรวมตัวขนาดใหญ่ขึ้น จนในที่สุดตกลงมาเป็นฝนในระหว่างกระบวนการนี้ ละอองน้ำในก้อนเมฆซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นจะมีช่องว่างระหว่างหยดน้ำมากขึ้น ทำให้แสงสามารถส่องทะลุผ่านไป ได้มากขึ้น ซึ่งถ้าก้อนเมฆนั้นมี ขนาด ใหญ่พอ และช่องว่างระหว่างหยดน้ำนั้นมากพอแสงที่ผ่านเข้าไปก็จะถูกซึม ซับไปในก้อนเมฆ และสะท้อนกลับออกมาน้อยมากซึ่งการซึมซับ และการสะท้อนของแสงนี้ส่งผลให้เราเห็นเมฆ ตั้งแต่ สีขาว สีเทา ไปจนถึงสีดำ

 

สีของเมฆที่ใช้ในการบอกสภาพอากาศ:

   เมฆสีเขียวจางๆ นั้นเกิดจากการกระเจิงของแสงอาทิตย์ เมื่อตกกระทบน้ำแข็ง เมฆคิวมูโลนิมบัสที่มีสีเขียว นั้นบ่งบอกถึงการก่อตัวของ พายุฝน พายุลูกเห็บ ลมที่ รุนแรง หรือ พายุทอร์นาโด

   เมฆสีเหลืองไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยครั้ง แต่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงช่วงต้นของฤดูใบ ไม้ร่วง ในช่วงที่เกิดไฟป่าได้ง่ายสีเหลืองนั้นเกิดจาก ฝุ่น ควันในอากาศ

   เมฆสีแดง สีส้ม หรือ สีชมพู นั้นโดยปกติเกิดในช่วง พระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกเกิดจากการกระเจิง ของแสงในชั้นบรรยากาศไม่ได้เกิดจากเมฆโดยตรง เมฆเพียงเป็นตัวสะท้อนแสงนี้เท่านั้น ในกรณีที่มีพายุฝน ขนาดใหญ่ในช่วงเดียวกัน จะทำให้เห็นเมฆเป็นสีแดงเข้มเหมือนสีเลือดเมฆ เกิดจากการรวมตัวหรือเกาะกลุ่ม ของไอน้ำในที่สุดก็จะเกิดการควบแน่นและตกลงมาเป็นฝน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s