เปิดตำนาน Nissan Skyline GT-R

Posted: สิงหาคม 26, 2012 in Uncategorized

รถสปอร์ตสองประตูในตระกูล Skyline Gt-r ของ Nissan มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 50 ปีแล้วโดยนับจากรุ่นแรกคือรุ่นPrince Skyline (1957) จนมาถึงรุ่นล่าสุดในยุคนี้คือ Nissan Gt-r R 35 (2008) โดยที่ทุกๆรุ่นของ Gt-rเป็นรถยนต์แบบสปอตร์สองประตูเครื่องยนต์วางด้านหน้าและขับเคลื่อนล้อหลังโดยมีพละกำลังมากกว่ารุ่นปกติ การได้ขับ Gt-rไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นเก่าหรือรุ่นล่าสุดนั้นก็หมายถึงการได้ควบคุมเครื่องจักรพลังสูงไปบนเส้นทางแห่งการเดินทางร่วมกันระหว่างมนุษย์และจักรกลตำนานแห่งความเร็วของรถยนต์ Nissan Skylineที่สืบทอดสายพันธุ์รถสปอร์ตแรงม้าสูงยังคงสร้างประวัติศาสตร์บนเส้นทางของโลกแห่งยนต์กรรมจากอดีตไปสู่อนาคตซึ่งนับได้ว่าเป็นเส้นทางของรถยนต์ที่มีบุคลิกหลากหลายมากที่สุด

Prince Skyline 1957
บริษัทรถยนต์ขนาด เล็กของญี่ปุ่นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองชื่อ Prince MotorCompany (ช่ือดั้งเดิมของบริษัทนี้คือ Tachikawa Aircraft Company)ก่อนหน้าที่จะเข้าควบรวมกิจการกับบริษัท Datson และแปลเปลี่ยนชื่อมาเป็นNissan ในภายหลังเป็นผู้ให้กำเนิดต้นตระกูลของรถ Skyline ในปี คศ 1966ซึ่งมันยังคงเป็นรถสี่ประตูระดับบนสุดคันแรกของ Prince Motor Companyในยุค1957นั้นรถยนต์ทั่วๆไปยังคงมีเครื่องยนต์ที่มีกำลังไม่มากนักและวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดได้แค่ 120กิโลเมตรเป็นส่วนใหญ่ แต่รถ Prince Skylineสามารทำความเร็วได้ถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากต้นตระกูลของ Skyline คันนี้มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กแค่ 1482 c.c.สี่สูบและมีแรงม้าเพียงน้อยนิดแค่ 60 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100กิโลเมตรใช้เวลาไปถึง 15.0 วินาที

Prince Skyline Sport Coupe 1962
ดีเอนเอของ Skyline รุ่นแรกปี 1957ถูกส่งต่อมายังรุ่นที่สองโดยใช้มันสมองของ Car Designer ระดับโลกอย่างMichelottiซึ่งทำให้รถรุ่นที่สองนี้มีกลิ่นไอรวมถึงรูปทรงแบบคูเป้ของรถยนต์จากอิตาลีผสมผสานอยู่ Prince Skyline Sport Coupeใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขึ่นเล็กน้อยและผลิตในจำนวนจำกัดแค่ 200คันเท่านั้นความสวยงามของรูปทรงแบบรถสองประตูคูเป้และสมถนะที่ดีขึ้นทำให้มันได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น เครื่องยนต์มีความจุเพิ่มขึ้นจากรุ่นแรก 1482 c.c.มาเป็น1862 c.c. สี่สูบ 94 แรงม้าโดยยังคงอัตราเร่งเดิมที่ 0-100 กิโลเมตรใน15วินาที

Prince Skyline 2000 Gt S54 1964
เจเนอรเรชั่นที่สามของ Skylineกลับมาใช้รูปแบบของรถยนต์สี่ประตูเหมือนกับรุ่นแรกอีกครั้งนอกจากจะเป็นรถยนต์ที่ใช้งานทั่วไปแล้วมันยังถูกนำไปใช้แข่งขันในสนามแข่งรถยนต์ทางเรียบประเภท Gt ของทีมแข่งในญี่ปุ่นอีกด้วยความแรงของเครื่องยนต์ทำให้มันสามารถกำชัยชนะเหนือรถยนต์จากยุโรปบางค่ายได้จากเครื่องยนต์ที่มีความจุและจำนวนกระบอกสูบเพิ่มขึ้น Skyline 2000 Gt S54ทุกคันติดตั้งเครื่องยนต์หกสูบแถวเรียงขนาด1988 c.c. 162 แรงม้าเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปถึงความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 9.0 วินาที


Nissan Skyline 2000 Gt-r C10 1969
สายเลือดของรถแข่งเริ่มส่งต่อมายัง Skyline 2000 Gt-r C10 ในรุ่นที่สี่และจากการเข้าควบรวมกิจการระหว่าง Nissan กับ Prince Motor Company ในปี1966ทำให้มันกลายไปเป็นรถแข่งชั้นดีที่สามารถใช้แข่งขันได้ทั้งในสนามแข่งรถรวมถึงการแข่งขันแบบแรลลี่ทั่วโลก ถ้วยรางวัยชนะเลิศกว่า 50ใบเป็นเครื่องมือการันตรีประสิทธิ์ภาพของตัวรถได้เป็นอย่างดีวัยรุ่นของญี่ปุ่นที่ชื่นชอบในความเร็วต่างพากันซื้อรถรุ่นนี้และมักจะนำออกมาขับแข่งขันบนท้องถนนในยามค่ำคืนจนเกิดเป็นที่มาของคำว่า Mid NightRacingซึ่งต่อมากลายเป็นจุดศูนย์รวมของพวกบ้าความเร็วที่มักจะรวมตัวกันในคืนวันหยุดสุดสัปดาห์และพากันตระเวณไปทั่วบนท้องถนนของกรุงโตเกียว 2000 Gt-r C10วางเครื่องยนต์ตัวแรงหกสูบ 1998 c.c. สร้างแรงม้าได้ 160 แรงและมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 8.2วินาทีในเครื่องยนต์เดิมๆจากโรงงานที่ยังไม่ได้ผ่านการปรับแต่งเพื่อเพิ่ม 

Nissan Skyline 2000 Gt-r 1973
อนุกรมของรถ Skyline ถูกส่งต่อมายังรุ่น 2000 Gt-rซึ่งเป็นรถรุ่นที่ห้าของตระกูลโดยการเริ่มต้นนำไฟท้ายแบบทรงกลมสองดวงมาใช้(หรือมักนิยมเรียกขานกันในหมู่นักเลงรถว่า ไฟโดนัท)ต่อมาไฟท้ายแบบนี้ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของ Skyline ทุกรุ่นในยุค 1973จวบจนมาถึงปัจจุบันนี้และจากสภาวะการณ์น้ำมันในตลาดโลกที่มีราคาสูงขึ้นมากกว่าความเป็นจริงในขณะนั้นทำให้ 2000 Gt-r 1973ต้องประสบกับปัญาหาที่ไม่สามารถทำตลาดในเป้าหมายที่วางไว้ได้หลายๆบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างต้องพบกับความตกต่ำของเศรษฐกิจโลกจนเกิดสภาวะที่ซบเซาไปทั่ว Skyline 2000 Gt-r 1973มีเครื่องยนต์แถวเรียงหกสูบขนาดความจุ 1998 c.c. Dohcพร้อมติดตั้งคาร์บูเรเตอร์สามตัว อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 8.3 วินาที


Nissan Skyline 2000 Gt 1977
สายพันธุ์แห่งความแรงรุ่นที่หกของรถ Skyline ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1977ปีที่สภาวะการของราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลงทำให้ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกดีขึ้นวิศวกรของ Nissanจึงได้นำเอาระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบมาใส่ไว้ในเครื่องยนต์ของ Skyline 2000Gt 1977 เพื่อเพิ่มเติมพละกำลังแต่การขับขี่และควบคุมตัวรถกลับทำได้ด้อยลงกว่ารุ่น C10และการออกแบบที่ดูแย่กว่ารุ่น 2000 Gt-r 1973ถึงแม้ว่ามันจะมีการตกแต่งภายในที่ดูดีกว่า Skyline ทุกรุ่นที่ Nissanเคยผลิตออกมาก็ตาม Skyline 2000 Gt 1977ในรุ่นที่หกนี้มีพละกำลังที่ได้มาจากเครื่องยนต์แถวเรียงหกสูบความจุ 1998c.c. เทอร์โบซึ่งดูแล้วน่าจะมีกำลังที่แรงกว่าทุกรุ่นแต่กลับกลายเป็นว่ามันมีแรงม้าเพียงแค่ 130 ตัวเท่านั้น ทำให้ตัวรถที่มีน้ำหนักประมาณ 1100กิโลกรัมอืดอาดและไม่คล่องตัวเท่ากับรุ่นพี่ที่เคยทำมาตรฐานด้านอัตราเร่งแซงและความเร็วสูงสุดเอาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมากที่สุดของเหล่าบรรดาสาวก Skyline

Nissan Skyline Rs Turbo 1983 (R 31)
เจ้าปีศาจไฟโดนัทรุ่นที่เจ็ดเปิดมิติใหม่ของเครื่องยนต์ติดเทอร์โบพลังแรงสูงใน ยุคนั้นให้ผู้คนได้ตื่นตะลึงในความแรงของตัวรถและสร้างแรงบรรดาลใจให้กับเหล่าผู้บริหารรวมถึงบรรดาวิศวกรเครื่องยนต์ของNissan ทำการเปิดแผนก Motor Sport เล็กๆขึ้นภายในบริษัทโดยใช้ชื่อว่าNismoซึ่งต่อมาจะกลายสภาพมาเป็นสำนักงานที่ทำเครื่องยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งเพื่อเพิ่มแรงม้าให้กับผู้ใช้รถยนต์ Nissan ที่มีชื่อเสียงในอันดับต้นๆของวงการMotor Sport ระดับโลก Skyline Rs Turbo 1983หันกลับมาใช้เครื่องยนต์สี่สูบความจุ 1990 c.c. เทอร์โบโดยมีแรงม้ามากถึง202 แรงม้า และมีอัตราเร่งที่ทำเอา Porsche 911รถสปอร์ตจากแดนกางเขนเหล็กที่ขึ้นชื่อในเรื่องความแรงของยุค 80ต้องเกิดอาการหนาวๆร้อนๆจากอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรของ Skyline Rs Turboที่ทำเวลาได้เพียง 7.5 วินาทีเท่านั้น

Nissan Skyline Gt-r 1989 (R 32)
ตำแหน่งชนะเลิศทุกรายการในปี 1989 ของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ Jtcc (JapaneseTouring Car Championship)ของ Skyline R32ได้มาจากเทคโนโลยีของเครื่องยนต์และตัวรถที่พัฒนาโดยสำนักแต่ง Nismoพ่อมดผู้เศกเป่าความแรงให้กับ Gt-r R32นอกจากนั้นมันยังถูกนำไปแข่งในประเภททางตรงจับเวลาแบบควอเตอร์ไมล์อีกด้วยR32ยังมีระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อเพื่อสร้างแรงยึดเกาะกับผิวถนนยามวิ่งด้วยความเร็วสูง เครื่องยนต์เทอร์โบรุ่นใหม่รหัส RB 26 Dettรวมไปถึงกลีบใบพัดของเทอร์โบที่ทำจากวัสดุเซรามิคเพื่อให้คงทนต่อความร้อนยามใช้งานในรอบเครื่องยนต์สูงๆบนสนามแข่งขัน รถรุ่น R32 1989กลับมาใช้เครื่องยนต์แถวเรียงหกสูบ 2568 c.c. ทวินเทอร์โบ(เทอร์โบสองตัวที่ทำงานต่างกันโดยตัวแรกจะเริ่มทำงานในรอบเครื่องต่ำและตัวที่สองจะทำงานในรอบเครื่องที่สูงขึ้นทำให้มีอัตราเร่งแบบต่อเนื่องดีขึ้นมาก)ได้แรงม้าจากโรงงานโดยยังไม่ผ่านการโมดิฟายถึง 280ตัวสูงสุดตามกฏหมายของญี่ปุ่นซึ่งมีอัตราเร่งที่ชวนให้ขนหัวลุก 0-100กิโลเมตรเพียง 4.7 วินาทีเท่านั้น


Nissan Skyline Gt-r 1995 (R33)
สายพันธุ์อสูรร้ายในโมเดลที่เก้าถูกผลิตขึ้นมาเมื่อปี 1995R33เป็นรถที่ถูกปรับแต่งเพื่อเพิ่มเติมพละกำลังให้ถึงขีดสุดในรุ่น V-Specที่สามารถวิ่งได้เร็วถึง 200 ไมล์ต่อชั่วโมงรวมถึงรุ่นพิเศษ 400 Rซึ่งเป็นที่ต้องการของเหล่าสาวก Skyline เนื่องจากมันมีแรงม้าถึง 400แรงม้าจากการปรับจุนเครื่องยนต์ของช่างผู้ชำนาญงานจาก Nissan รถ SkylineR33เป็นที่นิยมมากในบรรดาวัยรุ่นที่ชอบรถสปอร์ตเครื่องแรงและพวกชอบแข่งรถทางตรงแบบจับเวลาคอวเตอร์ไมล์เครื่องยนต์ของรุ่นนี้ยังคงเป็นเครื่องหกสูบแถวเรียงรหัส RB26 Dett 2568c.c.ทวินเทอร์โบที่ถูกปรับปรุงกลไกภายในให้ดีขึ้นกว่ารุ่นเก่ามีม้าคับคั่งขึ้นถึง 300แรงม้าส่วนอัตราเร่งและความเร็วสุงสุดยังคงใกล้เคียงกับตัวเก่า (R32)


Nissan Skyline Gt-r 1999 (R34)
เจนอร์เรชั่นที่สิบของตระกูล Gt-r เกิดขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิตอลในยุค2000 R34 ทุกคันติดตั้งจอแสดงผลแบบ Lcdที่สามารถแสดงข้อมูลของเครื่องยนต์และตัวรถในขณะขับใช้งานได้ถึง 7 แบบส่วนรุ่น V-Spec มีโครงรถผสมกันระหว่างคาร์บอนไฟเบอร์อลูมินัมและเหล็กกล้าฝากระโปรงหน้าทำจากอลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักจึงนับได้ว่ารถรุ่นนี้มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูงมาก นักเลงรถ Skyline บางคนถึงกับยกให้มันเป็นรถSkyline Gt-r ที่มีรูปทรงสวยงามอมตะและคงความคลาสสิกตลอดกาล R34 Gt-rวางเครื่องยนต์แถวเรียงหกสูบขนาด 2568 c.c.ทวินเทอร์โบ 330แรงม้า เร่งจาก0-100 กิโลเมตรภายในเวลาแค่่ 4.5 วินาทีเท่านั้น


Nissan Skyline Coupe 2005 (V35)
ความสับสนและมึนงงของผู้บริหาร Nissan ส่งผลให้ Skylineในรุ่นที่สิบเอ็ดนี้เป็นรถที่ทุกๆคนต่างเมินหน้าหนี V35หันไปใช้ชัสซีร่วมกับ Nissan 350Z รวมไปถึงขุมพลังแบบ V6ที่ไร้สิ้นซึ่งความแรงและขุนไม่ขึ้นอีกทั้งระบบขับเคลื่อนลี่ล้อของรุ่นเก่ายังถูกถอดออกไปเพื่อลดต้นทุนทำให้รถ Skyline V35 Coupeรุ่นนี้มียอดขายที่ตกต่ำลงมาก เครื่องหมายแห่งตำนานอย่าง GT-Rก็ยังถูกเอาออกไปด้วย ทำให้มันยิ่งโดนรังเกียจจากบรรดาแฟนพันธุ์แท้รวมไปถึงเหล่าวิศวกรของ Nismoที่พากันมึนงงไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับเครื่องยนต์ V6ที่ไม่ค่อยจะเข้ากับบุคลิคของตัวรถการกระจายน้ำหนักที่มีค่าเฉลี่ยไม่ค่อยดีนักทำให้มันกลายเป็นโมเดลส่วนเกินของตระกูล Skyline
เครื่องยนต์ของ Skyline V35 เป็นเครื่องยนต์แบบวีหกสูบ 3498 c.c. 298แรงม้า

 
Nissan Gt-r R35 2008
หลังจากเสียงก่นด่าของเหล่าบรรดาผู้สื่อข่าวสายรถยนต์ทั่วโลกจากนักทดสอบและวิจารณ์รถยนต์รวมถึงบรรดาสาวกผู้ภักดีของ Gt-r ที่มีต่อ Skyline V35ทำให้ไปกระตุ้นต่อมสมองของผู้บริหาร Nissan ว่าสิ่งที่กระทำลงไปในตัวรถV35 นั้นเหมือนกับการไปทำลายตำนานแห่งความแรงที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของ Gt-rเสียจนแทบสูญสิ้นไปจากความทรงจำและประวัติศาสตร์ของบริษัทรวมไปถึงยอดการขายรถยนต์แบบสปอตร์สองประตูรุ่นสูงสุดของค่ายที่มีตัวเลขหดหายลงไปจนน่าตกใจและส่งแรงสั่นสะเทือนจนไปถึง Carlos Ghosnซึ่งรับหน้าที่เป็นซีอีโอของค่ายเห็นถึงความตกต่ำของรุ่น V35 นายใหญ่ของNissan จึงสั่งการไปยังพลพรรควิศวกรชั้นหัวกระทิของสำนัก Nismoทำการออกแบบและสร้าง Gt-r รุ่นใหม่ล่าสุดให้ออกมาดีกว่าทุกๆรุ่นที่ Nissanเคยสร้างไว้ Gt-r R35 กลับมาเกิดใหม่ด้วยรูปทรงที่ยังคงเอกลักษณ์ของSkyline Gt-r ไว้แทบทั้งหมดไฟท้ายแบบโดนัทก็ยังถูกนำกลับมาใช้เหมือนเดิมหลังจากเสียภาพลักษณ์ไปในรุ่นV35 รวมถึงระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อที่ขึ้นชื่อเรื่องการเกาะถนนเครื่องยนต์หกสูบแถวเรียงทวินเทอร์โบรหัส RB26Dettที่มีการพัฒนาจนถึงขีดสุดแล้วในรุ่น R34 ถูกเปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์วี 6ทวินเทอร์โบความจุ 3799 c.c. 24 วาว์ล 473แรงม้าที่ 6400 รอบต่อนาทีและมีอัตราเร่งชวนขนหัวลุก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.6 วินาทีแรงเสีียจนซุปเปอร์คาร์ในยุคนี้อย่าง Porsche 911 Gt-2, Ferrari599 Gtb,หรือแม้กระทั่ง Lamborghini Lp640ยังต้องหวั่นเกรงในอัตราเร่งและแรงม้าอันท่วมท้นของ Gt-r R35


เครื่องยนต์ตัวใหม่ของ Gt-r R35 2008ใช้รหัสว่า VR38 Dett โดยไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับเครื่องยนต์วี6 ของ 350Zในเครื่องยนต์ตัวใหม่นี้ผู้ขับสามารถดึงกำลังจากรอบต่ำได้อย่างว่องไวและต่อเนื่องไปจนถึงรอบสูงสุดโดยมีระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบสองตัวที่ทำงานต่างรอบกันรวมไปถึงชุดเกียร์แบบใหม่ล่าสุด Transaxle 6สปีดระบบคลัซคู่ที่มีอัตราการเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วถึง 0.2วินาทีในการเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลง Gt-r R35คือผลลัพธ์ของเทคโนโลยีและวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูงสุดของ Nissanที่ออกแบบมาเพื่อให้กลายเป็นคู่ต่อสู้ของบรรดาซุปเปอร์คาร์ฝีเท้าจัดจากยุโรป มันทั้งควบคุมได้ง่ายในย่านความเร็วสูงและมีกำลังของเครื่องยนต์ที่เหลือเฟือเพียงพอที่จะใช้ขับแข่งในสนามแข่งรถโดยแทบไม่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติมอะไรอีกแล้ว การกลับมาของ Gt-r R35 2008แสดงให้เห็นว่าสายพันธุ์ตำนานแห่งความเร็วและแรงของ Nissan Skyline Gt-rจะยังคงอ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s